อาการบวมน้ำ
อาการบวมน้ำ คืออะไร สาเหตุเกิดมาจากอะไร จะแก้ไขอย่างไร?
อาการบวมน้ำ หรือ ภาวะบวมน้ำ (Edema) จะเกิดขึ้นเมื่อภาวะของร่างกายคนเราขาดความสมดุล โดยเฉพาะในช่วงเช้าเมื่อตื่นนอนขึ้นมาจะรู้สึกอึดอัดบริเวณหน้าท้อง ต้นแขนและต้นขา ถึงแม้ว่าในช่วงนั้นร่างกายจะยังไม่ได้รับประทานอาหารอะไรเลยก็ตาม หรือเมื่อเราส่องกระจกแล้วสังเกตุตัวเองจะพบว่า ใบหน้าใหญ่หรือบวมขึ้น หรืออาจะพบได้ที่บริเวณอื่นๆ เช่น รอบดวงตา ขา ปอด ช่องท้อง หรือสมอง
อาการเช่นนี้เกิดจากของเหลวที่อยู่ภายในร่างกายของคนเรานั้นได้แทรกซึมเข้าไปสู่ช่องว่างต่างๆ ในเซลล์ภายในร่างกาย ซึ่งมันจะทำให้เลือดและน้ำเหลืองไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ จึงทำเกิดเป็นภาวะบวมน้ำขึ้นนั่นเอง ภาวะบวมน้ำอาจเกิดจากการคั่งของน้ำ หรือน้ำเหลืองก็ได้ แต่ส่วนมากจะเกิดจากการคั่งของน้ำนอกจากนี้อาการบวมน้ำก็อาจจะเป็นการบ่งบอกถึงการเป็นโรคไตได้เช่นกัน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ก็อาจจะทำให้กลายเป็นโรคอ้วนได้ในเวลาต่อมา
ลักษณะของอาการบวมน้ำ
ภาวะบวมน้ำที่เมื่อกดแล้วบุ๋ม โดยการใช้นิ้วมือกดนานประมาณ 5 วินาที แล้วมีการยุบหรือบุ๋มลงไป ระยะหนึ่ง แล้วบวมขึ้นมาเหมือนเดิม อาจเกิดจากภาวะโรคหัวใจ ตับ ไต หรือเกิดจากภาวะการมีโปรตีนในเลือดต่ำ ทำให้การไหลเวียนในหลอดเลือดดำไม่ค่อยดี อาจพบบ่อยตามบริเวณแขนขา ส่วนภาวะบวมน้ำที่เมื่อกดแล้วไม่บุ๋ม เกิดจากอาการคั่งของน้ำเหลือง จะรักษาได้ยากกว่าแบบแรก ถ้าเกิดอาการบวมแบบนี้ตามแขนขา ให้ใช้วิธีการยกสูงขึ้นจะช่วยได้
อาการบวมน้ำ เกิดจากอะไร?
1. เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยโซเดียมหรือเกลือ
2. ภาวะการขาดโปรตีน
3. ภาวะอุดตันของหลอดเลือด หรือหลอดน้ำเหลือง
4. การติดเชื้อ ทำให้หลอดเลือดมีการอักเสบ
5. เกิดจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
6. เกิดจากการดื่มเหล้า สูบบุรี่
7. เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่กำลังอยู่ในช่วงการมีรอบเดือน
8. การตั้งครรภ์
วิธีช่วยลดอาการบวมน้ำ
1. เมื่อเกิดอาการบวมน้ำแล้วเราเริ่มรู้สึกได้ ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารจัดที่มักจะมีปริมาณโซเดียมสูง
2. ควรดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เพื่อเป็นการขับโซเดียมออกจากร่างกาย
3. ในขณะที่นอนหลับนั้นก็ควรที่จะยกเท้าให้สูงขึ้นกว่าปกติ
4. การออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำ ประมาณ 30-60 นาทีต่อวัน ซึ่งการว่ายน้ำเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดอาการบวมน้ำได้ เนื่องจากแรงดันน้ำที่สูงกว่า จะช่วยดันน้ำในส่วนที่ขังอยู่ในร่างกายออกมาได้
5. หากจะให้ดีก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่ส่งผลในการช่วยลดอาการบวมน้ำอย่างเช่น ทูน่า กล้วย อโวคาโด ผักคึ่นช่าย เป็นต้น
6. หากอาการยังไม่ดีขึ้นก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและจะได้ดำเนินการรักษาอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตามอาการบวมน้ำนั้นไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือละเลยเพราะมันอาจจะก่อให้เกิดเป็นโรคต่างๆ ตามมาได้โดยที่เราไม่รู้ตัวอย่างเช่น อาจจะกลายเป็นโรคอ้วนและเป็นโรคไตได้นั้นเอง ฉะนั้นเราก็ควรมั่นสังเกตตัวเองว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดภาวะการบวมน้ำหรือไม่ หากเริ่มมีอาการก็ควรจะรีบรักษาให้ทันถ่วงที
สาเหตุของภาวะอ้วนบวมน้ำ
อาการอ้วนบวมน้ำในช่วงประจำเดือน
อาการบวมน้ำในช่วงดังกล่าว เกิดจากการไม่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน จึงทำให้มีการกักของเหลวในร่างกายมากกว่าปกติ ซึ่งทำให้คุณบวมน้ำและมีอาการท้องอืด การที่คุณได้รับแมกนีเซียมเพียงวันละ 200 มิลลิกรัม จะช่วยลดอาการท้องอืดได้เกือบ 50% ซึ่งแมกนีเซียมจะมีมากในอาหารประเภทถั่ว เมล็ดทานตะวัน ผักโขม จมูกข้าว และอโวคาโด
การดื่มน้ำมีส่วนช่วยลดอาการอ้วนแบบบวมน้ำ
บางคนคิดว่าการดื่มน้ำจะเพิ่มอาการบวมน้ำ อันที่จริงแล้วการที่เราดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการที่ 8 แก้วต่อวัน จะช่วยลดระดับสิ่งแปลกปลอมทั้งหลายในร่างกายได้ โดยเฉพาะ หากคุณรู้สึกท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง อึดอัด น้ำที่ดื่มจะช่วยได้มาก และไม่ได้ส่งผลเสียต่อการลดน้ำหนักแต่อย่างใดค่ะ
อาหารเค็ม สาเหตุหนึ่งของอาการอ้วนแบบบวมน้ำ
โซเดียมในอาหารที่มีรสเค็ม จะทำให้เกิดการบวมน้ำได้มากถึง 2 กิโลกรัมในชั่วข้ามคืน เพราะร่ากายจะทำการเก็บน้ำได้อัตโนมัติเพื่อขับโซเดียมส่วนเกินออกทางไต แต่กว่าจะขับเสร็จ คุณก็จะรู้สึกอึดอัด น้ำหนักขึ้น ตัวบวมได้
อาการอ้วนแบบบวมน้ำหลังการออกกำลังกาย โยกย้ายสะโพกหลังอาหาร
แม้ว่าการออกกำลังกายจะส่งผลดีต่อการลดน้ำหนัก แต่การศึกษาวิจัย ชี้ว่า การออกกำลังกายหลังรับประทานอาหาร จะทำให้เกิดแก๊สในระบบย่อยอาหารได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดการท้องอืด อึดอัด แน่นท้อง เนื่องจากระบบการย่อยอาหารกำลังทำงานอยู่เพื่อย่อยอาหารที่คุณทานเข้าไป พอร่างกายมีการออกกำลังกายระบบกล้ามเนื้อจะเริ่มทำงาน ซึ่งเมื่อสองระบบทำงานพร้อมๆ กัน จะเกิดแก๊สในระบบการย่อยอาหารได้ ดังนั้นอาจเลี่ยงการโหมออกกำลังกายเป็นการเดินจ็อกกิ้งเบาๆ จะดีกว่าค่ะ
กินไฟเบอร์ กากใยอาหารมากเกินไป
การทานไฟเบอร์ หรือกากใยอาหาร แม้จะมีคุณอนันต์ แต่การทานมากเกินความจำเป็นจากความต้องการปกติ (25-30 กรัม) จะทำให้เกิดการท้องอืดได้
กินอาหารให้ช้าลง ลดการอ้วนแบบบวมน้ำ
การทานอะไรเร็วๆ จะทำให้คุณได้รับอากาศ เวลาที่คุณกลืนอาหารลงไป ซึ่งหากมีอากาศเข้าไปในระบบย่อยอาหารมาก จะทำให้ท้องอืดได้ การแก้ไขคือ ควรกินให้ช้าลง เคี้ยวอาหารให้ละเอียดขึ้น และควรฝึกเคี้ยวแบบไม่อ้าปากเพื่อลดแก๊สในระบบทางเดินอาหาร และเป็นมารยาทที่ดีในการรับประทานอาหารอีกด้วยค่ะ
กินมากไปจนพุงกาง
อาหารที่เรารับประทานมากเกินไป ชนิด “อิ่มจนพุงกาง” จะทำให้เกิดการท้องอืด จุกเสียดได้ง่าย ส่งผลเสียต่อแผนลดน้ำหนักของคุณอีกด้วย จึงควรเลี่ยงทานแต่พอดี ไม่มากเกินไปค่ะ
ลดอาหารที่มีแก๊สสูง
อาหารเหล่านี้จะมีมากในกะหล่ำปลี ชะอม สะตอ บล็อกโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วงอก แต่หากนำไปลวกเพียง 1-2 นาที จะช่วยลดแก๊สในอาหารชนิดนั้นได้ นอกจากนี้ยังมีมากในผลไม้บางชนิด เช่น ฝรั่ง ที่อาจทำให้รู้สึกท้องอืด แต่เพียงควรปอกเปลือกฝรั่งก่อนทานก็จะช่วยลดแก๊สได้เข่นกัน
อาการบวมน้ำ หรือ ภาวะบวมน้ำ (Edema) จะเกิดขึ้นเมื่อภาวะของร่างกายคนเราขาดความสมดุล โดยเฉพาะในช่วงเช้าเมื่อตื่นนอนขึ้นมาจะรู้สึกอึดอัดบริเวณหน้าท้อง ต้นแขนและต้นขา ถึงแม้ว่าในช่วงนั้นร่างกายจะยังไม่ได้รับประทานอาหารอะไรเลยก็ตาม หรือเมื่อเราส่องกระจกแล้วสังเกตุตัวเองจะพบว่า ใบหน้าใหญ่หรือบวมขึ้น หรืออาจะพบได้ที่บริเวณอื่นๆ เช่น รอบดวงตา ขา ปอด ช่องท้อง หรือสมอง
อาการเช่นนี้เกิดจากของเหลวที่อยู่ภายในร่างกายของคนเรานั้นได้แทรกซึมเข้าไปสู่ช่องว่างต่างๆ ในเซลล์ภายในร่างกาย ซึ่งมันจะทำให้เลือดและน้ำเหลืองไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ จึงทำเกิดเป็นภาวะบวมน้ำขึ้นนั่นเอง ภาวะบวมน้ำอาจเกิดจากการคั่งของน้ำ หรือน้ำเหลืองก็ได้ แต่ส่วนมากจะเกิดจากการคั่งของน้ำนอกจากนี้อาการบวมน้ำก็อาจจะเป็นการบ่งบอกถึงการเป็นโรคไตได้เช่นกัน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ก็อาจจะทำให้กลายเป็นโรคอ้วนได้ในเวลาต่อมา
ลักษณะของอาการบวมน้ำ
ภาวะบวมน้ำที่เมื่อกดแล้วบุ๋ม โดยการใช้นิ้วมือกดนานประมาณ 5 วินาที แล้วมีการยุบหรือบุ๋มลงไป ระยะหนึ่ง แล้วบวมขึ้นมาเหมือนเดิม อาจเกิดจากภาวะโรคหัวใจ ตับ ไต หรือเกิดจากภาวะการมีโปรตีนในเลือดต่ำ ทำให้การไหลเวียนในหลอดเลือดดำไม่ค่อยดี อาจพบบ่อยตามบริเวณแขนขา ส่วนภาวะบวมน้ำที่เมื่อกดแล้วไม่บุ๋ม เกิดจากอาการคั่งของน้ำเหลือง จะรักษาได้ยากกว่าแบบแรก ถ้าเกิดอาการบวมแบบนี้ตามแขนขา ให้ใช้วิธีการยกสูงขึ้นจะช่วยได้
อาการบวมน้ำ เกิดจากอะไร?
1. เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยโซเดียมหรือเกลือ
2. ภาวะการขาดโปรตีน
3. ภาวะอุดตันของหลอดเลือด หรือหลอดน้ำเหลือง
4. การติดเชื้อ ทำให้หลอดเลือดมีการอักเสบ
5. เกิดจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
6. เกิดจากการดื่มเหล้า สูบบุรี่
7. เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่กำลังอยู่ในช่วงการมีรอบเดือน
8. การตั้งครรภ์
วิธีช่วยลดอาการบวมน้ำ
1. เมื่อเกิดอาการบวมน้ำแล้วเราเริ่มรู้สึกได้ ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารจัดที่มักจะมีปริมาณโซเดียมสูง
2. ควรดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เพื่อเป็นการขับโซเดียมออกจากร่างกาย
3. ในขณะที่นอนหลับนั้นก็ควรที่จะยกเท้าให้สูงขึ้นกว่าปกติ
4. การออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำ ประมาณ 30-60 นาทีต่อวัน ซึ่งการว่ายน้ำเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดอาการบวมน้ำได้ เนื่องจากแรงดันน้ำที่สูงกว่า จะช่วยดันน้ำในส่วนที่ขังอยู่ในร่างกายออกมาได้
5. หากจะให้ดีก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่ส่งผลในการช่วยลดอาการบวมน้ำอย่างเช่น ทูน่า กล้วย อโวคาโด ผักคึ่นช่าย เป็นต้น
6. หากอาการยังไม่ดีขึ้นก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและจะได้ดำเนินการรักษาอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตามอาการบวมน้ำนั้นไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือละเลยเพราะมันอาจจะก่อให้เกิดเป็นโรคต่างๆ ตามมาได้โดยที่เราไม่รู้ตัวอย่างเช่น อาจจะกลายเป็นโรคอ้วนและเป็นโรคไตได้นั้นเอง ฉะนั้นเราก็ควรมั่นสังเกตตัวเองว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดภาวะการบวมน้ำหรือไม่ หากเริ่มมีอาการก็ควรจะรีบรักษาให้ทันถ่วงที
สาเหตุของภาวะอ้วนบวมน้ำ
อาการอ้วนบวมน้ำในช่วงประจำเดือน
อาการบวมน้ำในช่วงดังกล่าว เกิดจากการไม่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน จึงทำให้มีการกักของเหลวในร่างกายมากกว่าปกติ ซึ่งทำให้คุณบวมน้ำและมีอาการท้องอืด การที่คุณได้รับแมกนีเซียมเพียงวันละ 200 มิลลิกรัม จะช่วยลดอาการท้องอืดได้เกือบ 50% ซึ่งแมกนีเซียมจะมีมากในอาหารประเภทถั่ว เมล็ดทานตะวัน ผักโขม จมูกข้าว และอโวคาโด
การดื่มน้ำมีส่วนช่วยลดอาการอ้วนแบบบวมน้ำ
บางคนคิดว่าการดื่มน้ำจะเพิ่มอาการบวมน้ำ อันที่จริงแล้วการที่เราดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการที่ 8 แก้วต่อวัน จะช่วยลดระดับสิ่งแปลกปลอมทั้งหลายในร่างกายได้ โดยเฉพาะ หากคุณรู้สึกท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง อึดอัด น้ำที่ดื่มจะช่วยได้มาก และไม่ได้ส่งผลเสียต่อการลดน้ำหนักแต่อย่างใดค่ะ
อาหารเค็ม สาเหตุหนึ่งของอาการอ้วนแบบบวมน้ำ
โซเดียมในอาหารที่มีรสเค็ม จะทำให้เกิดการบวมน้ำได้มากถึง 2 กิโลกรัมในชั่วข้ามคืน เพราะร่ากายจะทำการเก็บน้ำได้อัตโนมัติเพื่อขับโซเดียมส่วนเกินออกทางไต แต่กว่าจะขับเสร็จ คุณก็จะรู้สึกอึดอัด น้ำหนักขึ้น ตัวบวมได้
อาการอ้วนแบบบวมน้ำหลังการออกกำลังกาย โยกย้ายสะโพกหลังอาหาร
แม้ว่าการออกกำลังกายจะส่งผลดีต่อการลดน้ำหนัก แต่การศึกษาวิจัย ชี้ว่า การออกกำลังกายหลังรับประทานอาหาร จะทำให้เกิดแก๊สในระบบย่อยอาหารได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดการท้องอืด อึดอัด แน่นท้อง เนื่องจากระบบการย่อยอาหารกำลังทำงานอยู่เพื่อย่อยอาหารที่คุณทานเข้าไป พอร่างกายมีการออกกำลังกายระบบกล้ามเนื้อจะเริ่มทำงาน ซึ่งเมื่อสองระบบทำงานพร้อมๆ กัน จะเกิดแก๊สในระบบการย่อยอาหารได้ ดังนั้นอาจเลี่ยงการโหมออกกำลังกายเป็นการเดินจ็อกกิ้งเบาๆ จะดีกว่าค่ะ
กินไฟเบอร์ กากใยอาหารมากเกินไป
การทานไฟเบอร์ หรือกากใยอาหาร แม้จะมีคุณอนันต์ แต่การทานมากเกินความจำเป็นจากความต้องการปกติ (25-30 กรัม) จะทำให้เกิดการท้องอืดได้
กินอาหารให้ช้าลง ลดการอ้วนแบบบวมน้ำ
การทานอะไรเร็วๆ จะทำให้คุณได้รับอากาศ เวลาที่คุณกลืนอาหารลงไป ซึ่งหากมีอากาศเข้าไปในระบบย่อยอาหารมาก จะทำให้ท้องอืดได้ การแก้ไขคือ ควรกินให้ช้าลง เคี้ยวอาหารให้ละเอียดขึ้น และควรฝึกเคี้ยวแบบไม่อ้าปากเพื่อลดแก๊สในระบบทางเดินอาหาร และเป็นมารยาทที่ดีในการรับประทานอาหารอีกด้วยค่ะ
กินมากไปจนพุงกาง
อาหารที่เรารับประทานมากเกินไป ชนิด “อิ่มจนพุงกาง” จะทำให้เกิดการท้องอืด จุกเสียดได้ง่าย ส่งผลเสียต่อแผนลดน้ำหนักของคุณอีกด้วย จึงควรเลี่ยงทานแต่พอดี ไม่มากเกินไปค่ะ
ลดอาหารที่มีแก๊สสูง
อาหารเหล่านี้จะมีมากในกะหล่ำปลี ชะอม สะตอ บล็อกโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วงอก แต่หากนำไปลวกเพียง 1-2 นาที จะช่วยลดแก๊สในอาหารชนิดนั้นได้ นอกจากนี้ยังมีมากในผลไม้บางชนิด เช่น ฝรั่ง ที่อาจทำให้รู้สึกท้องอืด แต่เพียงควรปอกเปลือกฝรั่งก่อนทานก็จะช่วยลดแก๊สได้เข่นกัน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
ไต
หน้าที่ของไต ไตเป็นอวัยวะที่มีรูปร่างคล้ายเม็ดถั่วเหลือง ขนาดเท่ากำปั้น คนปกติมีไต 2 ข้างวางอยู่บริเวณกลางหลังข้างละ 1 อัน โดยตั้งอยู่บร...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น